
หากพูดถึงเทคโนโลยีแก้ไขปัญหาผู้มีภาวะความผิดปกติของสายตา แน่นอนว่ายังไงก็ต้องมีแนวทางการรักษาแบบ smile pro หรือที่ใครหลายคนรู้จักกันในชื่อของ Super ReLex กันอย่างแน่นอน แต่ใครกำลังศึกษาข้อมูลไม่ต้องกังวลไป เดี๋ยวเราจะพาไปทำความเข้าใจเพิ่มเติมว่าจริง ๆ แล้ว คืออะไร? ใครควรทำ?
ทำความรู้จัก smile pro คืออะไร?
smile pro หรือก็คือมีชื่อเรียกอีกหนึ่งอย่างว่า Super ReLex เป็นแนวทางการรักษาแก้ไขปัญหาผู้มีภาวะสายตาผิดปกติแบบใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีที่มีชื่อว่า Visumax 800 Femtosecond laser ข้อดีสามารถนำเนื้อกระจกตาส่วนเกินออกได้อย่างรวดเร็วใช้เวลาแค่ 8 – 10 วินาทีแบบไม่ใช้ใบมีด ส่งผลให้ขนาดของบาดแผลมีความยาวเพียงแค่ 2 – 3 มิลลิเมตรเท่านั้น
ยังไม่พอ! การแก้ไขปัญหาสายตาด้วยลักษณะนี้ยังใช้เวลาพักฟื้นน้อยมาก ๆ แค่ 2 – 3 วัน แถมขั้นตอนการผ่าตัดยังไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดหรือระคายเคืองดวงตา และมีผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนน้อย รวมถึงมีโอกาสเติมเลเซอร์น้อยกว่าการผ่าตัดแบบอื่น ๆ อีกด้วย
ใครควรทำ?
การรักษาแบบ smile pro หรือ Super ReLex เหมาะสำหรับผู้มีภาวะสายตาผิดปกติ 2 กรณี ดังนี้
- สามารถรักษาผู้มีสายตาสั้นได้ถึง -10.00 diopter
- สามารถรักษาผู้มีสายตาเอียงได้ถึง diopter
นอกจากนั้น ยังรวมถึงผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ผู้ไม่มีโรคประจำตัวบางโรค เช่น โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ที่ไม่มีโรคทางสายตา เช่น จอประสาทตาเสื่อม ต้อกระจก ตาโก่ง ตาแห้งรุนแรง เบาหวานขึ้นตา ฯลฯ
รักษาด้วยวิธี Super ReLex ยังไง?
ข้อดีของการใช้วิธีรักษาภาวะผิดปกติของสายตาด้วยวิธี Super ReLex หรือ smile pro มีข้อดี ดังต่อไปนี้
- เกิดผลข้างเคียงน้อยกว่าวิธีการรักษาด้วยเลเซอร์ประเภทอื่น ๆ
- ไม่มีการเปิดชั้นกระจกตา ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง
- ระยะสักพักฟื้นค่อนข้างสั้น เรียกได้ว่าหลังจากเข้ารับการรักษาก็สามารถกลับมาใช้สายตาได้แทบจะทันที หรือบางคนอาจใช้เวลาพักฟื้นอย่างน้อย 2 – 3 วัน สายตาก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ
- ไม่รู้สึกเจ็บขณะผ่าตัด เนื่องจากเป็นการผ่าตัดแบบไร้ใบมีดและมีขนาดรอยแผลเพียงแค่ 2 – 3 มิลลิเมตร ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บขณะผ่าตัดแต่อย่างใด
- ระดับความโค้งของกระจกตา หลังเข้ารับการรักษาพบว่ามีความใกล้เคียงธรรมชาติสูงที่สุดในบรรดาการผ่าตัดแก้ไขภาวะผิดปกติสายตาด้วยเลเซอร์อื่น ๆ
สรุปได้ว่า smile pro คือ หนึ่งในแนวทางการรักษาที่ถูกออกแบบมาเพื่อผู้มีภาวะสายตาผิดปกติทั้งกรณีสายตาสั้นและสายตาเอียง ด้วยเทคโนโลยีสุดทันสมัย การผ่าตัดรวดเร็ว ไม่รู้สึกเจ็บ ไม่ใช้ใบมีด และมีขนาดบาดแผลเล็กมาก ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ป่วยจำเป็นต้องขอคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสียก่อนว่าสามารถแก้ไขปัญหาด้วยวิธีดังกล่าวได้หรือไม่? อย่างไร?
